ร่ม กับสิ่งที่คุณไม่เคยรู้

แหล่งรวมความรู้เรื่องร่ม และ สิ่งต่าง ๆ อีกมากมาย

การเลือกซื้อเต็นท์อย่างคุ้มค่า

เลือกซื้อเต็นท์อย่างไร ให้คุ้มค่ามากที่สุด ?

การใช้เงินอย่างคุ้มค่า

การใช้เงินอย่างคุ้มค่า

 

•    เวลาที่เราจะเลือกซื้ออะไรสักอย่าง เราก็อยากได้สิ่งที่ดีและคุ้มค่ามากที่สุด อันนี้เป็นเรื่องที่แน่นอนอยู่แล้ว ไม่มีใครอยากเสียไปเงินฟรี ๆ อย่างแน่นอน สำหรับวันนี้จะพูดถึงการเลือกซื้อเต็นท์ (Tent) อย่างไรให้คุ้มค่า เพื่อเป็นประโยชน์แก่ผู้ใช้เต็นท์ หรือผู้ที่กำลังมองหาเต็นท์เป็นของตัวเองสักอัน

•    ก่อนเราจะซื้อเต็นท์นั้น เราจะต้องเลือกเต็นท์ ให้เหมาะกับความต้องการของเราได้อย่างไร จะขึ้นอยู่กับกิจกรรมและฤดูกาลที่เราจะนำไปใช้ ผมจะแบ่งเป็น 5 ขั้นตอนดังนี้

ขั้นตอนที่ 1 ให้คิดว่าเราจะนำเต็นท์ไปทำกิจกรรมอะไร โดยแบ่งออกเป็น
– กิจกรรมที่ต้องการเต็นท์ที่น้ำหนักเบาและขนาดเล็กเมื่อเก็บ คือ จักรยานทัวร์ริ่ง, แบ็กแพ็กกิ้ง, คยัคทัวร์ริ่ง กิจกรรมทั้งสามคือการเดินทางโดยนำอุปกรณ์ทั้งหมดไปด้วยการปั่นจักรยาน, แบกเป้, พายเรือ
– กิจกรรมที่ไม่ต้องการเต็นท์ที่มีน้ำหนักเบา คือกิจกรรมแค้มปิ่ง, แค้มป์คาร์

ขั้นตอนที่ 2 นำไปใช้ในฤดูอะไร
– ทั้ง 3 ฤดู ควรใช้เต็นท์ที่มีฟลายชีทคลุมถึงพื้นทั้งหมดโดยจะไม่เห็นในส่วนที่เป็น ตัวเต็นท์และสามารถเปิดออกรับลมได้
– ฤดูหนาวกับร้อน สามารถใช้เต็นท์ในลักษณะเดียวกันได้โดยการปิดหรือเปิดประตูหน้าต่าง
– ฤดูฝนควรใช้เต็นท์ที่มีฟลายชีทคลุมถึงพื้นหรือเหมือนกับเต็นท์ที่ใช้ได้ทั้ง 3 ฤดู

ขั้นตอนที่ 3 จะใช้นอนกี่คน
– สามารถนอนตามขนาดที่กำหนดแต่ไม่ควรนอนในจำนวนที่มากที่สุด คือ เต็นท์นอน 3-4 คน ควรนอนแค่ 3 คนและพื้นที่ที่เหลือเป็นที่เก็บสิ่งของอย่างอื่น
– ข้อยกเว้น ในขั้นตอนที่ 1 ข้อแยกย่อยแรก กิจกรรมที่ต้องการเต็นท์น้ำหนักเบาและเล็ก ควรให้ที่มีขนาด 1 หรือ 2 คนนอนจะดีที่สุด

ขั้นตอนที่ 4 ศึกษาการใช้ อายุการใช้งาน ลักษณะการใช้งานที่ดีที่สุด การดูแลรักษา
– ข้อมูลเฉพาะของเต็นท์แต่ละรุ่น
– อายุการใช้งาน รับประกันประมาณ 3 ปี สารที่เคลือบกันน้ำเริ่มหมดอายุ
– การดูแลรักษา ในส่วนที่เป็นผ้า ให้ล้างน้ำสะอาดหลังจากการใช้โดยนำมาผึ่งลมให้แห้งหรือถ้าไม่มีเวลาทำความสะอาด ควรทำให้เต็นท์แห้งสนิท เพื่อป้องกันการเกิดเชื้อรา

ขั้นตอนที่ 5 ความรู้เรื่องสินค้าที่เป็นส่วนประกอบกัน
– การนอนกลางแจ้งให้หลับสบายนั้นต้องมีอุปกรณ์อื่นร่วมด้วย โดยแบ่งหน้าที่กัน โดยเต็นท์จะทำหน้าที่ป้องกันลม แมลง สัตว์ และน้ำ แต่ที่พื้นนั้นจะต้องใช้แผ่นรองนอน เพื่อช่วยปรับระดับพื้นที่ขรุขระ ป้องกันความเย็น และน้ำ ในอีกส่วนที่สำคัญก็คือ ถุงนอน ซึ่งจะเป็นส่วนช่วยให้ผู้ที่นอนนั้นหลับสบายได้ตลอดทั้งคืน
– ส่วนประกอบอีกเล็กน้อยที่สำคัญ ก็คือ ควรมีไฟฉายและน้ำอยู่ใกล้ ๆ ตัว

•    เพียงเท่านี้ท่านใดที่กำลังมองหาเต็นท์จะไปตั้งแคมป์ หรือไปนอนดูดาว ฯลฯ ก็จะไม่ประสบกับปัญหาอีกต่อไปนะครับ สำหรับบทความหน้าผมจะนำเรื่องการลดการเกิดหยดน้ำในเต็นท์มานำเสนอนะครับ ^^

ขอขอบคุณบทความจาก : Outdoor

บทความโดย : 2hythm

Advertisements

วิธีดูแลรักษา่เต็นท์

เรื่องราวของเต็นท์

เต็นท์

เต็นท์

•     โดยหลัก ๆ แล้ว เต็นท์มีหน้าที่ ป้องกันแมลง สัตว์ ลม และน้ำ ส่วนประกอบต่าง ๆ ของเต็นท์จะช่วยในการแบ่งหน้าที่ ในการป้องกันที่แตกต่างกันออกไป ดังนี้
1. ฟลายชีท เป็นส่วนที่คลุมด้านบน ทำหน้าที่ ลดการเกิดหยดน้ำในเต็นท์และช่วยกันฝน ลมและแสงแดด
2. ตัวเต็นท์ ทำหน้าที่ ป้องกันแมลง สัตว์มีพิษ และช่วยกันลม กันฝน วัสดุที่นำมาผลิต ผ้าใยสังเคราะห์ ( ไนลอน,โพลีเอสเตอร์) ตัวเต็นท์ที่ดี ควรเป็นผ้าไม่เคลือบกันน้ำ (ถ้ามีฟลายชีท) และมุ้งที่กันแมลงตัวเล็กได้
3. พื้นเต็นท์ เป็นส่วนด้านล่างทำหน้าที่ในป้องกันน้ำ วัสดุที่นำมาผลิต ผ้าใยสังเคราะห์ (โพลีเอสเตอร์,โพลิโพไพลีน )
เราไปดูกันต่อครับว่าพื้นเต็นท์ที่ดีควรเป็นยังไง และวิธีดูแลรักษาเต็นท์ที่ถูกต้อง เราจะต้องทำอย่างไร….
Read more of this post

เต็นท์ประเภทต่างๆ

เต็นท์ประเภทต่าง ๆ (Tents)

•     เต็นท์ที่เรารู้จักกันนั้น แท้จริงแล้วไม่ได้มีแค่ทรงสามเหลี่ยม และก็ทรงโค้งรูปตัวดีเท่านั้น วันนี้ผมจะนำเต็นท์แต่ละแบบมาให้ชมกัน รวมถึงอธิบายด้วยว่าเต็นท์แต่ละแบบนั้นเป็นยังไง และมีอะไรในเต็นท์นั้นบ้าง รับรองว่้าเต็นท์แต่ละแบบนั้นน่าสนใจมากเลยทีเดียวครับ

เต็นท์แบบสามเหลี่ยม (Pup Tent)

เต็นท์แบบสามเหลี่ยม-Pup-Tent

เต็นท์แบบสามเหลี่ยม-Pup-Tent

•     คือเต็นท์ที่ใช้เสาเต็นท์และสมอบกในการกาง โดยจะมีเสาเต็นท์ 2 ข้างบริเวณประตูเป็นตัวยึดโครงเต็นท์ เต็นท์ลักษณะนี้จำเป็นต้องใช้สมอบกและเชื่อกขึงตามมุมเพื่อทำการยึดเต็นท์  เมื่อกางเสร็จแล้วจะมีลักษณะคล้ายสามเหลี่ยมทรงปริซึ่ม ข้อเสียของเต็นท์ชนิดนี้คือกางยากและพื้นที่ใช้สอยไม่มาก เพราะจะเสียพื้นที่บริเวณมุมเต็นท์เพราะผนังจะมีลักษณะลาดเอียง และมักจะมีน้ำเกาะบริเวณผนังเต็นท์ แต่ในบางรุ่นในปัจจุบันก็มีการออกแบบให้มีฟลายชีสอีกชั้นหนึ่งเพื่อกันฝน

เต็นท์โครง (A Frame)

เต็นท์แบบ-A-Frame

เต็นท์แบบ-A-Frame

•      เต็นท์โครงจะมีลักษณะคล้ายกับเต็นท์แบบสามเหลี่ยม แต่จะมีลักษณะของโครงสร้างต่างไป โดยแทนที่จะมีเสาทั้งสองด้านของตัวเต็นท์เพื่อยึดตัวเต็นท์ แต่จะใช้โครงเหล็กลักษณะคล้ายกับตัว A ยึดกับแกนที่มีลักษณะเป็นแนวยาวขนานกับตัวเต็นท์ด้านบน พื้นที่ใช้สอยจะมีมากกว่าแบบสามเหลี่ยม เต็นท์ลักษณะนี้จะต้องปักสมอบกเพื่อยึดตัวเต็นท์ให้เกิดความแข็งแรง (คล้ายกับเต็นท์แบบสามเหลี่ยม) ในบ้านเราก็มีจำหน่ายเต็นท์ลักษณะนี้แต่ยังไม่ค่อยเป็นที่นิยมมากนัก

เต็นท์ทรงบ้าน (Cabin)

เต็นท์แบบบ้าน

เต็นท์แบบบ้าน

•     เป็นเต็นท์ที่ถูกพัฒนามาใช้กับกิจกรรมเดินทางด้วยรถ ซึ่งไม่มีข้อจำกัดเรื่องการขนย้าย สามารถแบ่งเป็น ห้องหรือพื้นที่ทำกิจกรรมโดยเปลี่ยนเป็นฟลายชีท

เต็นท์โดม (Dome)

เต็นท์นอนแบบโดม

เต็นท์นอนแบบโดม

•     เต็นท์โดม คือเต็นท์ที่ใช้โครงเสาไฟเบอร์ในการกาง แต่จะใช้สมอบกเพื่อยึดเต็นท์ให้อยู่กับที่เท่านั้น จะเห็นได้ว่าเต็นท์โดมมีคุณสมบัติที่โดดเด่นและเหนือกว่าเต็นท์สามเหลี่ยมมากโดยเฉพาะคุณสมบัติที่เคลื่อนย้ายง่ายและกางได้ทุกพื้นที่ เพราะในบางครั้งเรามีความจำเป็นที่จะต้องกางเต็นท์บนพื้นดินที่แข็งมาก ,บนลานหิน ,บนลานปูน หรือบนพื้นที่ที่ไม่อาจจะตอกสมอบกได้ และในบางครั้งเราก็ต้องมีการย้ายพื้นที่กางเต็นท์ในขณะที่กางเต็นท์ไปแล้ว เช่นกางอยู่บนรังมด หรือมีเศษไม้ เศษหินอยู่ใต้เต็นท์ เราก็สามารถที่จะยกเต็นท์โดมออกแล้วย้ายหรือหยิบเศษไม้เศษหินเหล่านั้นออกไปได้โดยไม่ต้องเสียเวลากางเต็นท์ใหม่ เหมือนเต็นท์สามเหลี่ยม และด้วยเหตุผลที่กล่าวมาข้างต้นทั้งหมดนี้จึงขอแนะนำให้ใช้เต็นท์นอนแบบโดม

เต็นท์แบบกระโจม (Tee Pee)

เต็นท์แบบกระโจม

เต็นท์แบบกระโจม

•      เต็นท์กระโจมจะมีลักษณะคล้ายกับกระโจมของอินเดียแดง โดยจะมีเสาเพียงต้นเดียว ลักษณะของเต็นท์ชนิดนี้จะเหมือนกับมีฟลายชีสมาคลุมพื้นไว้เป็นรูปกระโจมเท่านั้น โดยจะมีเสาอยู่ตรงกลาง ทางเข้าของเต็นท์ชนิดนี้จะเอียงตามความชันของกระโจม พื้นด้านล่างเมื่อกางเสร็จจะไม่เป็นสี่เหลี่ยมเพราะจะเสียพื้นที่ตรงความชันของกระโจม เราจะไม่ค่อยพบเต็นท์แบบนี้มากนักในบ้านเรา ข้อดีของเต็นท์กระโจมจะมีน้ำหนักเบาและติดตั้งง่ายเพราะมีเสาเพียงแค่ต้นเดียว (แต่บางแบบก็มีการพัฒนาให้มีเสาสองต้น เพื่อเพิ่มพื้นที่ด้านใน) ข้อเสียของเต็นท์ชนิดนี้ไม่สามารถใช้กับสภาพอากาศที่ฝนตก เพราะน้ำอาจเข้าได้

เต็นท์แบบอุโมงค์ (Tunnel or Hoop)

เต็นท์แบบอุโมงค์

เต็นท์แบบอุโมงค์

•     เต็นท์แบบอุโมงค์จะใช้เสาประมาณ 2-3 เสา โดยเสาจะสามารถงอให้เป็นรูปโค้งคล้ายกับห่วงครึ่งวงกลม ทำให้มีลักษณะคล้ายกับอุโมงค์ถ้านำมาเรียงต่อกัน โดยเสาที่โค้งเป็นครึ่งวงกลมนี้จะทำหน้าที่ยึดตัวเต็นท์ไว้ พื้นที่ใช้สอยของเต็นท์ลักษณะนี้จะค่อนข้างมาก เพราะเป็นทรงสูงจะไม่เสียพื้นที่กับการลาดเอียงของผนังเต็นท์ ขนาดของเต็นท์ชนิดนี้จะไม่ใหญ่มาก (ส่วนใหญ่จะนอนไม่เกิน 4 คน) เพราะถ้ามีขนาดใหญ่จะทำให้รูปทรงไม่สามารถต้านลมได้ ข้อดีของเต็นท์ชนิดนี้คือกางง่าย น้ำหนักเบา พื้นที่ใช้สอยมาก ส่วนข้อเสียคือกันลมได้ไม่ดี เพราะมีความลาดชันของผนังเต็นท์น้อยทำให้ต้านลม เต็นท์ชนิดนี้บางครั้งก็มีอุปกรณ์เสริมเพิ่มเติมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของเต็นท์ เช่น ฟลายชีสกันฝน ฯลฯ ทั้งนี้ขึ้นกับผู้ผลิตเต็นท์ว่าจะทำอุปกรณ์เสริมชนิดใดออกมา

เต็นท์แบบกึ่งถุงนอน (Bivy Sacks)

เต็นท์แบบกึ่งถุงนอน

เต็นท์แบบกึ่งถุงนอน

•      เต็นท์ลักษณะนี้จะมีลักษณะคล้ายกับถุงนอนแต่จะมีส่วนที่ใช้ครอบศีรษะ ซึ่งมีลักษณะคล้ายกับเต็นท์เล็ก ๆ บนศีรษะ เต็นท์ลักษณะนี้จะมีพื้นที่ใช้สอยน้อย แค่นอนไปก็ที่เต็มแล้ว และไม่เหมาะกับสภาพภูมิอากาศที่ฝนตก เพราะกันฝนได้ไม่ดี เหมาะสำหรับอากาศแบบทั่ว ๆ ไป หากเกรงว่าฝนจะตกก็อาจจะใช้ฟลายชีสกันฝนอีกชั้นหนึ่ง เราจะไม่ค่อยเห็นเต็นท์ลักษณะนี้กันมากนัก ข้อดีของเต็นท์ชนิดนี้คือน้ำหนักเบา เหมาะที่สุดสำหรับการนอนดูดาว

เต็นท์สปริง (Spring)

เต็นท์สปริงลายทหาร

เต็นท์สปริงลายทหาร

 

•     เป็นเต็นท์ที่ใช้ขดลวดสปริงเป็นโครงอยู่ภายในดังนั้นมันจึงเป็นเต็นท์ที่กางง่ายที่สุดในบรรดาเต็นท์ทั้ง 3 ชนิด คือแค่โยนขึ้นไปในอากาศโครงสปริงก็จะดันตัวเต็นท์ให้ดีดดึ๋งกางเสร็จสรรพในพริบตาแต่ไม่แนะนำให้ซื้อเต็นท์ประเภทนี่มาใช้เพราะมีโครงสร้างที่ไม่แข็งแรงแค่ลมพัดมาก็จะปลิวแล้ว และเต็นท์ที่ผลิตก็จะมีขนาดเพียง 2-3 คนนอนเท่านั้น

ข้อแนะนำการใช้เต็นท์

•     เต็นท์แต่ละประเภทจะมีรูปแบบการใช้งานที่แตกต่างกันออกไป เพราะฉะนั้นผู้ใช้เต็นท์ควรศึกษาข้อมูลของเต็นท์ให้ดีว่า ใช้ในสถานที่อะไร สภาพอากาศแบบไหน ความจุของเต็นท์เท่าไหร่ เพื่อให้การใช้เต็นท์เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด ที่นี้ผู้ใช้เต็นท์จะได้ไม่ต้องกังวลอีกต่อไป บทความหน้าจะเป็นการพูดถึงเต็นท์ว่า มีหน้าที่ทำอะำำไร และดูแลรักษาเต็นท์ยังไงครับ ^^

ขอขอบคุณบทความจาก :  MrBackpacker , Outdoor

บทความโดย : 2hythm